Call for details
076-355911แคมเปญ Hot Sale Get Cool…ทีซีแอล คลายร้อน ลุ้นรางวัลสุดคูลลลลล Hot Sale Get Cool.. คลายร้อนซัมเมอร์นี้ กับ “ทีซีแอล คลายร้อน ลุ้นรางวัลสุดคูลลลลล” เลือกลุ้นทั้ง ทีวี TCL 4K UHD ขนาด 75 นิ้ว นอนดูสบายตา และ แอร์ TCL Inverter เย็นฉ่ำสบายยย เพียงซื้อสินค้า TCL 4K UHD TV มูลค่าชำระตั้งแต่ 10,000 บ. ขึ้นไปต่อเครื่อง ก็ได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลคูลๆ แบบนี้ไปเลย ของรางวัล รางวัลที่ 1 ทีวี TCL 4K UHD ขนาด 75 นิ้ว จำนวน 1 รางวัล
อะไรคือ อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ? อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่ใช้ในแอร์นั้น เป็นกระบวนการแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรง (DC) ไปเป็นกระแสสลับ (AC) เพื่อควบคุมรอบมอเตอร์ของคอมเพรสเซอร์ได้อย่างละเอียดกว่าการปรับกระแสไฟฟ้าสลับโดยตรงที่ทำได้เพียงแค่ ตัด/ต่อ การทำงานของมอเตอร์ไม่สามารถปรับได้อย่างละเอียด ซึ่งกระบวนการอินเวอร์เตอร์นั้นสามารถปรับความถี่ Hz ของไฟฟ้าก่อนส่งไปยังคอมเพรสเซอร์ของแอร์จึงสามารถควบคุมความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์ได้ยืดหยุ่นมากกว่า ภาพเปรียบเทียบการทำงานระหว่างแอร์ปกติ และแอร์แบบ Inverter ข้อแตกต่างของแอร์แต่ละแบบ แอร์ที่ “ไม่มี” อินเวอร์เตอร์ คอมเพรสเซอร์จะทำความเย็นให้เย็นกว่าอุณหภูมิที่ตั้งไว้ประมาณ 3-4 องศา เมื่ออุณหภูมิห้องเย็นกว่าอุณหภูมิที่กำหนด ระบบจะสั่งการตัดไฟคอมเพรสเซอร์ทันที และเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่ตั้งไว้ ระบบจะสั่งคอมเพรสเซอร์ให้ทำงานอีกครั้งเพื่อลงอุณหภูมิลงอีกครั้งไปเรื่อยๆ แอร์ที่ “มี” อินเวอร์เตอร์ ระบบจะเร่งความเร็วมอเตอร์คอมเพรสเซอร์เมื่อต้องการทำความเย็นตามที่กำหนด และลดรอบมอเตอร์ลงเมื่ออุณหภูมิห้องเย็นกว่าที่กำหนดเล็กน้อย ซึ่งคอมเพรสเซอร์ยังคงทำงานโดยลดรอบลงจนอยู่ในสถานะแทบจะหยุดหมุนเลยก็ว่าได้ และเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่ตั้งไว้ประมาณ 1-2 องศา คอมเพรสเซอร์จะค่อยเร่งการทำงานมากขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิลง จึงทำให้อุณหภูมิโดยรวมในห้องใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่ผู้ใช้งานตั้งไว้มากกว่าแอร์แบบไม่มีอินเวอร์เตอร์ ตัวอย่าง หากเราตั้งอุณหภูมิห้องไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส ภาพแสดงตัวอย่างการทำงานที่แตกต่างกันของแอร์ทั้ง 2 ระบบ แอร์ที่ “ไม่มี” อินเวอร์เตอร์ – เริ่มต้นคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นของอุณหภูมิห้องไปจนถึงประมาณ 21-22 องศา แล้วตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ทันที จนอุณหภูมิห้องเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 26 – 27 องศา คอมเพรสเซอร์จะกลับมาทำงานอีกครั้งเพื่อให้อุณหภูมิห้องลงต่ำลงไปจนถึงประมาณ
วิธีดูแลรักษา เครื่องปรับอากาศ มีอะไรบ้าง ? 1. หมั่นทำความสะอาดไส้กรอง/แผ่นกรอง ลองสังเกตให้ดีถ้าบ้านใครอยู่ติดถนนที่มีรถวิ่งผ่านตลอดทั้งวัน ไส้กรองหรือแผ่นกรอง อากาศในเครื่องปรับอากาศจะสกปรกเร็วเนื่องจากกรองฝุ่นละอองที่ปะปนอยู่ในอากาศรอบบริเวณบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันนั่นเอง ดังนั้นควรถอดไส้กรองมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง 2. ล้างอัดฉีด (ล้างใหญ่) แอร์ เมื่อผ่านการใช้งานมาซัก 4-6 เดือน ควรจ้างช่างแอร์มาล้างทำความสะอาดคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเครื่องปรับอากาศ ประหยัดค่าไฟ รวมถึงยืดอายุการใช้งาน 3. เช็คระดับน้ำยาแอร์ น้ำยาแอร์คือสารทำความเย็น ไม่มีกลิ่น เป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องปรับอากาศหากใช้ไปนาน ๆ น้ำยาจะพร่องหรือหมดไป ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ แอร์ไม่เย็น หรือเย็นช้า ดังนั้นหลังจากล้างใหญ่ ควรให้ช่างตรวจเช็คระดับน้ำยาแอร์ทุกครั้ง 4. สังเกตเสียงดังผิดปกติ เวลาเปิดใช้ เครื่องปรับอากาศ ให้ลองฟังเสียงการทำงานของเครื่อง หากพบเสียงดังผิดปกติควรรีบแจ้งช่างเพื่อทำการแก้ไข ก่อนอาการจะลุกลาม 5. เลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนในห้องแอร์ เพื่อไม่ให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป ไม่ควรใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน อาทิ ไมโครเวฟ หม้อหุ้งข้าว เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาอบเบเกอรี่ ในห้องแอร์ 6. เช็คหน้าต่าง ประตู ว่าปิดสนิทดีแล้ว ห้องที่ใช้งานหรือติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ต้องปิดสนิทมิดชิดเพื่อไม่ให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป หากพบหน้าต่างปิดไม่สนิท ประตูมีช่องว่างกว้างเกินไป ให้รีบแก้ไข
ไม่แนะนำให้ตั้งตู้เย็นในห้องแอร์ เพราะตู้เย็นจะนำความร้อนจากภายในออกมาด้านนอก ทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักมากขึ้นในการดูดความร้อนที่ตู้เย็นปล่อยออกมา นอกจากนี้น้ำทิ้งของตู้เย็น ก็ยิ่งจะทำให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้น เปลืองไฟขึ้นแน่นอน